การเปรียบเทียบความสามารถในการสื่อสารด้านการเขียนและพฤติกรรมใฝ่เรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการสอนการเขียนตามแนวคิดของบรู๊คสและวิทโธร กับการสอนตามปกติ

บทคัดย่อ

         การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เปรียบเทียบความสามารถในการสื่อสารด้านการเขียนระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยการใช้กระบวนการสอนการเขียนตามแนวคิดของบรู๊คส และวิทโธร กับการสอนแบบปกติ และ 2. เปรียบเทียบพฤติกรรมใฝ่เรียนรู้ระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยการใช้กระบวนการสอนการเขียนตามแนวคิดของบรู๊คส และวิทโธรกับการสอนแบบปกติ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 20 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบทดสอบวัดความสามารถในการสื่อสารด้านการเขียน แบบปรนัย จำนวน 40 ข้อ  ที่มีค่าระดับความยาก  0.35 - 0.75 ค่าอำนาจจำแนกรายข้อ  0.22-0.90  และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ  เท่ากับ 0.98   2) แบบประเมินพฤติกรรมใฝ่เรียนรู้  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยใช้ t-test

ผลการวิจัยพบว่า

  1. นักเรียนกลุ่มทดลองที่เรียนโดยการใช้กระบวนการสอนการเขียนตามแนวคิดของบรู๊คส และวิทโธร มีค่าเฉลี่ยความสามารถในการสื่อสารด้านการเขียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่เรียนโดยวิธีการสอนแบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
  2. นักเรียนกลุ่มทดลองที่เรียนโดยการใช้กระบวนการสอนการเขียนตามแนวคิดของบรู๊คส และวิทโธร มีค่าเฉลี่ยระดับพฤติกรรมใฝ่เรียนรู้สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่เรียนโดยวิธีการสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 โดยสรุป กระบวนการสอนการเขียนตามแนวคิดของบรู๊คส และวิทโธร มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้เรียน   มีความสามารถในการสื่อสารด้านการเขียน และพฤติกรรมใฝ่เรียนรู้สูงขึ้น 

คำสำคัญ: ความสามารถในการสื่อสารด้านการเขียน พฤติกรรมใฝ่เรียนรู้ การสอนการเขียนโดยใช้แนวคิดของบรู๊คสและ      
             วิทโธร การสอนตามปกติ

Abstract

         The purposes of this study were: 1. to compare  communication  ability in writing between the students who learn by using Brookes  and  Withrow’s writing  process  and using  conventional learning approaches, and  2. to  compare  inquisitive  learning behaviors between students who learn by using  Brookes and Withrow’s writing process and using  conventional learning behaviors approaches. The sample consisted 20 Phathomsuksa 6 students, obtained through the cluster sampling technique. The instruments used in this study included: 1) a test on communication ability in writing consisting of 40 items with difficulty level of 0.35 - 0.75, discrimination power of 0.22 - 0.90 and reliability level 0.98 2) a test of inquisitive learning behaviors. The statistics used for analyzing data were mean, percentage, standard deviation, and t-test.

            The results of the study were as follows:

  1. Phathomsuksa 6 students who learned by using Brookes and Withrow’s writing process approach had a higher mean score on communication ability in writing than students who learned by using the conventional learning at the 0.01 level of significance.
  2. Phathomsuksa 6 students who learned by using Brookes and Withrow’s writing process approach had a higher mean score on inquisitive learning behaviors than who learned by using the conventional learning at the 0.01 level of significance.

In conclusion, Brookes and Withrow’s writing process approach was efficient to help learners have higher communication ability in writing and Inquisitive  learning behaviors.

Keywords: Communication Ability in Writing, Inquisitive Learning Behaviors, Brookes and Withrow’s     

                Writing Process, Conventional Learning Approaches

ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
: 13