กระบวนการพัฒนานักเรียนที่มีภาวะเสี่ยงด้านการอ่านตามแนวคิดการตอบสนองต่อการช่วยเหลือ

บทคัดย่อ

          งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการของแนวคิดการตอบสนองต่อการช่วยเหลือ และเพื่อศึกษาประสิทธิผลของกระบวนการตอบสนองต่อการช่วยเหลือที่มีต่อการพัฒนาความสามารถของนักเรียนที่มีภาวะเสี่ยงด้านการอ่าน  การวิจัยดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 พัฒนากระบวนการตาม  แนวคิดการตอบสนองต่อการช่วยเหลือ ซึ่งประกอบด้วย 1) การศึกษาสภาพการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา  ปีที่ 1 ของโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 2) การร่างและตรวจสอบกระบวนการ  3) การพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในกระบวนการระยะที่ 2 ศึกษาประสิทธิผลของกระบวนการโดยการวิจัยกึ่งทดลอง สถิติที่ใช้คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม  ปรากฏผลดังนี้กระบวนการของแนวคิดการตอบสนองต่อการช่วยเหลือประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้  ขั้นตอนที่ 1 การคัดกรองอย่างทั่วถึง  ได้แก่ 1) ทดสอบการบอกรูปและเสียงของพยัญชนะ และสระที่ปรากฏ  2) ทดสอบการอ่านออกเสียงคำ ขั้นตอนที่ 2 การให้ความช่วยเหลือ 3  ระดับ ขั้นตอนที่ 3  การประเมินติดตามความก้าวหน้า ประสิทธิผลของกระบวนการตามแนวคิดการตอบสนองต่อการช่วยเหลือ  พบว่า 1) นักเรียนที่มีภาวะเสี่ยงด้านการอ่านมีผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60  2) นักเรียนมีความสามารถด้านการอ่านหลังใช้กระบวนการฯ สูงกว่าก่อนใช้กระบวนการฯ  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  3) นักเรียนกลุ่มทดลอง มีความสามารถด้านการอ่านสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  4) ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อกระบวนการพัฒนาตามแนวคิดการตอบสนองต่อการช่วยเหลือในระดับมากที่สุด 5) นักเรียนที่มีภาวะเสี่ยงด้านการอ่านมีจำนวนลดลง 2 คน จาก 10 คนในระยะการช่วยเหลือทั้ง 3 ระยะ                  

 คำสำคัญ: การตอบสนองต่อการช่วยเหลือ นักเรียนที่มีภาวะเสี่ยงด้านการอ่าน  การพัฒนาความสามารถ                           

               ด้านการอ่าน 

Abstact

           The purposes of the research were to develop the process of response to intervention concept and to examine effectiveness of the process of response to intervention concept regarding the development of at-risk student’s reading ability.  The research was conducted in two stages.  The first stage was related to the process development regarding the response to the invention including 1) an investigation of reading condition of Prathomsuksa 1 students of the leading mainstreaming school under Ubon Ratchathani Educational Service Area Office 5, 2)  drafting and inspection of the process, and 3) the development of instrument used for the process. The second stage aimed to explore the effectiveness of the process applying an quasi-experimental research. The research findings were analyzed using percentage, mean, standard deviation, and Analysis of Covariance. 

The results were presented as follows.

       The process of response to the intervention concept consisted of 3 stages.  The first stage was to screen thoroughly using 1) a test of presenting forms and sounds of alphabets and vowels and 2) a test of oral reading.  The second stage was to provide the intervention  at 3 levels.  The third stage was to evaluate and follow up the progress.According to the effectiveness of process of response to the intervention concept, it was found that 1) the reading achievement of students at-risk on reading was higher than the 60 percent criteria; 2) the student’s reading ability after using the process was higher than the ability before using the process with a statistical significance level of .01; 3) the student’s reading ability in the experimental group was higher than that of those in the control group with a statistical significance level of .01; 4) the parents were satisfied with the development process of response to the intervention concept at the highest level; and 5) the number of students at risk on reading reduced from ten to two persons during all three stages.

 Keywords: Response to Intervention, Student At-Risk on reading, Reading ability

ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
: 6