การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือกเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของเด็กและเยาวชนเร่ร่อนในจังหวัดอุบลราชธานี

บทคัดย่อ

            การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการจัดการศึกษาทางเลือก กลุ่มที่ศึกษา คือ ครูการศึกษาพิเศษ จำนวน 2 คน เด็กและเยาวชนเร่ร่อน จำนวน 40 คน 2) พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือก กลุ่มที่ศึกษา คือ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือก ตัวอย่าง คือ เด็กและเยาวชนเร่ร่อนที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 15 คน และ 4) ประเมินผลรูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือก ตัวอย่าง คือ เด็กและเยาวชนเร่ร่อนที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 15 คน ผู้บริหารศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ เกษตรอำเภอ และครูการศึกษาพิเศษ รวมจำนวน 6 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง ใช้แบบแผนการทดลองรูปแบบย้อนกลับ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบสัมภาษณ์ 2) แบบสำรวจข้อมูล 3) แบบสำรวจความต้องการพัฒนาอาชีพ 4) แผนการศึกษาพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อการมีงานทำบูรณาการพัฒนาทักษะชีวิต 5) แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ 6) แบบสอบถามความพึงพอใจ 7) แบบบันทึกพฤติกรรมเร่ร่อน 8) แบบสนทนากลุ่ม และ 9) แบบสำรวจความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบลำดับพิสัยของ วิลค็อกซอน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพเด็กและเยาวชนเร่ร่อนมีปัญหาที่สำคัญ 2 ประการ คือ ปัญหาด้านการพัฒนาอาชีพเพื่อการมีงานทำ ได้แก่ ว่างงาน ชอบใช้ชีวิตอิสระ และครอบครัวมีฐานะยากจน และปัญหาด้านการพัฒนาทักษะชีวิต ได้แก่ ขาดความอบอุ่นในครอบครัว ออกนอกสถานที่พักเพื่อเที่ยวเตร่ ติดเกม ติดอินเทอร์เน็ต สภาพแวดล้อมสุ่มเสี่ยงต่อการติดสารเสพติด และที่พักอาศัยเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ 2) รูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือกเป็นโปรแกรมการพัฒนาทักษะอาชีพ แบบบูรณาการทักษะชีวิตสร้างขึ้นโดยกำหนดตามประเด็นปัญหา และความต้องการของเด็กและเยาวชนเร่ร่อนมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือก เด็กและเยาวชนเร่ร่อนเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมตามรูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือก มีผลการเรียนรู้การพัฒนาทักษะอาชีพและผลการเรียนรู้การพัฒนาทักษะชีวิตหลังเข้าร่วมกิจกรรมสูงกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) การประเมินผลรูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือกในภาพรวม โดยตรวจสอบจากพฤติกรรมเร่ร่อน พบว่า เด็กและเยาวชนเร่ร่อนมีพฤติกรรมเร่ร่อนลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดกิจกรรมในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

 คำสำคัญ: การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือก  การเรียนรู้ตลอดชีวิต  เด็กและเยาวชนเร่ร่อน

  Abstract

            The research aimed to 1) study the status of an alternative education model, the study groups were 2 special education teachers and 40 homeless children and youths, 2) develop an alternative education model, the study group were 5 experts, 3) try-out the alternative education model, the samples were 15 homeless children and youths who had participated in the activities, 4) evaluate the alternative education model, samples were 15 homeless children and youths, directors of the District Non-Formal and Informal Education Centre, totaling 6 subjects by using purposive sampling. The experimental model A-B-A-B reversal design was conducted. Tools used in this study were 1) interview forms, 2) data survey forms, 3) vocational skills development needs forms,
4) evaluation plans of vocational skills development for employment integrated with life skills, 5) achievement tests, 6) satisfaction questionnaires, 7) behavior observation forms for the homeless children and youths, 8) focus groups discussions forms, 9) opinion survey forms by the experts. The data was analyzed by using percentage, arithmetic mean, standard deviation, Wilcoxon matched pairs signed-rank test, and content analysis. The research findings were as follows: 1) the status of the Homeless children and youths had 2 important problems including vocational skills development for employment such as unemployment, freedom addiction, and poverty and the problems on life skills development such as lack of warmth in the family, leaving their home for roaming, computer games addiction, internet addiction, environment at risk on drug addiction, home at risk on disasters  2) the alternative education model was vocational skills development integrated with life skills as defined by the needs and issues of the homeless children and youth which were found to be appropriate at a high level 3) the try-out results of the alternative education model showed that the homeless children and youth who participated in the program activities had learning results in vocational and life skills development higher than those who had never participated in the activities before with the statistical significance level of .01  4) the evaluation of the alternative education model as a whole revealed that the homeless children and youths had their behavior in gallivanting decreased with the statistical significance level of .01. Their satisfaction with the overall model was at the highest level.

 Keywords: Development of an Alternative Education Model, Lifelong Learning, Homeless Children and

                 Youths

ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
: 8