การปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นทีการศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1

บทคัดย่อ

             การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 1 และเปรียบเทียบความคิดเห็นของข้าราชการครูที่มีต่อการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 1 โดยจำแนกตามเพศ ตำแหน่งหน้าที่ และประสบการณ์ในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย มีจำนวนทั้งหมด 488 คน แยกเป็นผู้บริหารสถานศึกษา 163 คน และครูผู้สอน 325 คน  ทำการสุ่มจากประชากรโดยใช้วิธีสุ่มแบบชั้นภูมิ คือแบ่งกลุ่มตามอำเภอที่ตั้งของโรงเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และวิเคราะห์เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 1 โดยการทดสอบค่า t และการทดสอบค่า F เมื่อพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทำการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยใช้วิธีการ Scheffe’

  1. ข้าราชการครูมีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 1 ว่ามีจรรยาบรรณโดยรวมและรายด้าน ในระดับมาก โดยเรียงจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ ด้านจรรยาบรรณต่อตนเอง ด้านจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ด้านจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ด้านจรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ ด้านจรรยาบรรณต่อสังคม
  2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของข้าราชการครูที่มีต่อการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานีเขต 1โดยจำแนกตาม เพศ ตำแหน่งหน้าที่ และประสบการณ์ในการทำงาน พบว่า
    2.1 ข้าราชการครูที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยภาพรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านจรรยาบรรณต่อตนเอง ด้านจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ด้านจรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ ด้านจรรยาบรรณต่อสังคม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    2.2ข้าราชการครูที่มีตำแหน่งหน้าที่ต่างกันมีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยภาพรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    2.3  ข้าราชการครูที่มีประสบการณ์ในการทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านจรรยาบรรณต่อสังคม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ด้านจรรยาบรรณต่อตนเอง ด้านจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ และด้านจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนด้านจรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพไม่แตกต่างกัน

    คำสำคัญ:  จรรยาบรรณวิชาชีพ  ผู้บริหารสถานศึกษา

     

    Abstract

                 This research aimed 1) to investigate the ethical code practice of school administrators under Ubon Ratchathani Primary Education Service Area 1 and to compare the opinions of the teachers toward the ethical code practice of school administrators as classified by gender, position, and work experience.

    A total of 488 teachers were employed as the sample group of the study. The sample group size was determined by the table of Krejcie and Morgan. A 5-point rating scale survey questionnaire yielding the overall reliability coefficient of.98 was used in data collection. The statistics including percentage, mean, standard deviation, t-test, and F-test were used in data analysis. Scheffe’s test was employed when mean score difference was found.

    The research findings were as follows:

    1. The teachers’ opinions toward the ethical code practice of school administrators under Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area 1 was found to be at a higher level in the overall and in particular aspects as shown in the order from higher to lower level: self-ethics practice, service-user ethics practice, professional ethics practice, co-occupation ethics practice, and social ethics practice.
    2. The comparison of the opinions of the teachers’ opinions toward the ethical code practice of school administrators under Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area 1 as classified by gender, position, and work experience was found as follows:

               2.1 The male and female teachers differently viewed the overall aspect of ethical code practice of school administrators at level .01 of significance. For the individual aspects of practice, service user ethics practice was viewed differently at level .05 of significance while the remaining aspects were viewed differently at level .01 of significance.
               2.2  Those holding different position in schools were found to differently view the viewed the overall and individual aspects of ethical code practice of school administrators at level .01 of significance.
               2.3 The teachers having different work experience were found to differently view the social ethics practice of school administrators at level .05 of significance, self-ethics practice, professional ethics practice, and service user ethics practice at level .01 of significance, and co-occupation ethics practice at an insignificant level.

           3. The advice gained from the respondents was found in the following aspects. Self-ethics practice, the administrators should develop themselves in terms of skills, ideas, planning, and should live their lives as good example to other people in schools while in and out of the school. Service users ethics practice, the administrators should promote and support the students to be good citizens and keep themselves from drugs. Co-occupational ethics practice, they should promote the teachers to develop themselves in work through new curriculum trainings and in career advancement and in higher education pursuit. Social ethics practice, the administrators should support the activities held in community and encourage the students to take part in the activities.

    Keywords: Professional Ethical Codes, School administrators

ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
: 325