ศักยภาพของแกนนำผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุกรณีศึกษา:ชมรมผู้สูงอายุใต้ร่มบุญ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพของแกนนำผู้สูงอายุในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ และปัญหาอุปสรรคการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุใต้ร่มบุญ ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและเพศหญิง ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรง (ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาไม่เคยพักรักษาตัวในโรงพยาบาล) สามารถอ่าน-เขียนภาษาไทยได้ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีจำนวน 128 คน ได้มาจากกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตรของ Taro Yamane กำหนดขอบเขตความคลาดเคลื่อน 0.05 คัดเลือกโดยใช้การสุ่มอย่างง่าย  (Simple Random Sampling) โดยวิธีการจับสลากและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเชิงคุณภาพ คือ ผู้สูงอายุ จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือแบบสอบถามศักยภาพของแกนนำในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและปัญหาอุปสรรคในการดูแลผู้สูงอายุ สถิติที่ใช้ในการวิจัยข้อมูลเชิงปริมาณ โดยหาค่าร้อยละและข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) และสรุปประเด็นสำคัญที่เป็นข้อค้นพบจากการศึกษา
         จากผลการวิจัยพบว่า แกนนำผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีศักยภาพในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ทั้ง 4 ด้าน ดังนี้(1)ด้านการรับประทานอาหาร ข้อที่แกนนำผู้สูงอายุตอบถูกมากที่สุด คือ ท่านให้คำแนะนำแก่ผู้สูงอายุเกี่ยวกับประโยชน์ของการรับประทานอาหารประเภท นึ่ง ต้ม แทนการผัด และทอด จำนวน 115 คน คิดเป็นร้อยละ 90 (=0.70) อยู่ในระดับดี (2) ด้านการออกกำลังกายพบว่า ข้อที่แกนนำผู้สูงอายุตอบถูกมากที่สุด คือ ท่านให้คำแนะนำแก่ผู้สูงอายุว่าไม่ควรรับประทานอาหารทันทีหลังจากออกกำลังกายเสร็จ จำนวน 117 คน คิดเป็นร้อยละ 91 (=0.71) (3) ด้านความรับผิดชอบต่อสุขภาพ พบว่า ข้อที่แกนนำผู้สูงอายุตอบถูกมากที่สุด คือ ท่านเคยพูดคุยกับผู้สูงอายุในเรื่องการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม จำนวน 122 คน คิดเป็นร้อยละ 95 (= 0.95)  (4) ด้านการช่วยเหลือพึ่งพาระหว่างกัน พบว่า ข้อที่แกนนำผู้สูงอายุตอบถูกมากที่สุด คือ ท่านให้คำแนะนำแก่ผู้สูงอายุพูดคุยและปรึกษาหารือและร่วมรับผิดชอบต่อความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัวจำนวน 118 คน คิดเป็นร้อยละ 92  (=0.92) ปัญหาอุปสรรคในการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุของแกนนำผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุใต้ร่มบุญคือ ผู้สูงอายุมีปัญหาในเรื่องความจำ และการขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับเรื่องที่แกนนำผู้สูงอายุได้ให้ความรู้ ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา คือ ควรมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง ปีละ 3 ครั้ง 

คำสำคัญ: ศักยภาพ แกนนำผู้สูงอายุ การส่งเสริมสุขภาพ ผู้สูงอายุ

 

Abstract

              This study was a mixed method research. The purposes of the research were 1) to study the efficacy of the elderly leader on health promotion among ageing population and 2) to find out the health promotion's  problems and obstacles in Tairomboon elderly’s society, Bansong Sub-district, Weangsa District, Suratthani Province. The samples were males and females at the age over 60 years old, healthy person, none of serious illness, non-hospital admitted within one year, in good relationship and had lived in Bansong Sub-district. The sample size for quantitative research of which size was assigned by Taro Yamane’s table was 128  elderly people, selected by a random sampling technique. The data were collected by questionnaire and analyzed by mean and percentage.  The participants used in qualitative  data collection were 20 elderly males and females using  a focus group and an in-depth interview, and the data were analyzed by content analysis. The result revealed that an overall of the  elderly leader’s efficacy was at a good level which included 4 components: nutrition, exercise, health responsibility, and interpersonal support.   The efficacy in each topic of health promotion was that  1) nutrition, 115 (90%) elderly  suggest that the elderly should have steamed food instead of stirred or fried foods (=0.70); 2) exercise, 117 (91%) of the elderly leader  recommended that the elderly should immediately not exercise after meal (=0.71); 3) health responsibility, 122 (95%)  of elderly leaders suggest about elderly's self-care,  (= 0.95);   and 4) the interpersonal support, 118 (92%)  of elderly leaders  advise that the elderly should  participate and hold responsibility with family member for improving their good living (=0.92). Problems in the  ageing health promotion were  loss of memory,  and misunderstanding about the knowledge. The researcher suggested that, all organization in the community and public health providers should set the  training course for the elderly 3 times a year.

Keywords:    Efficacy, Elderly Leader,  Health Promotion, Elderly

ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
: 419