การศึกษาปัญหาการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาปัญหาการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1  2) เปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการบริหารงานวิชาการจำแนกตามตำแหน่ง  ประสบการณ์ และระบบบริหาร  และ 3) ศึกษาข้อเสนอแนะการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนเอกชน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ผู้บริหารและคณะครูทั้งหมดในโรงเรียนเอกชน ที่จัดการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ประจำปีการศึกษา 2555 จำนวน 423 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานใช้ t–test

          ผลการวิจัยพบว่า

  1. โรงเรียนเอกชนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 มีปัญหาการบริหารงานวิชาการทั้งโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง
  2. ผู้บริหารและครูที่ตำแหน่งต่างกัน มีความเห็นต่อปัญหาการบริหารงานวิชาการ โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน ผู้บริหารและครูที่มีประสบการณ์ต่างกัน มีความเห็น โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .05 แต่ด้านการพัฒนาหรือการดำเนินการเกี่ยวกับการให้ความเห็นการพัฒนาสาระหลักสูตรท้องถิ่น ด้านการพัฒนาและส่งเสริมให้มีแหล่งเรียนรู้ ด้านการแนะแนว ด้านการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา ด้านการประสานความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศึกษาและองค์กรอื่น ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการแก่บุคคลครอบครัว องค์กร หน่วยงาน สถานประกอบการและสถาบันอื่นที่จัดการศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .01 ด้านการวางแผนงานด้านวิชาการ ด้านการนิเทศการศึกษา ด้านการส่งเสริมชุมชนให้มีความเข้มแข็งทางวิชาการ ด้านการจัดทำระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานด้านวิชาการของสถานศึกษา ด้านการพัฒนาและด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .05 ผู้บริหารและครูที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนที่มีระบบบริหารต่างกัน มีความเห็นต่อปัญหาการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งโดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ .01
  3. การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชน ควรมีการนิเทศงานอย่างสม่ำเสมอ และหลากหลายรูปแบบ ด้านการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ควรจัดให้มีสื่อเทคโนโลยีให้เพียงพอสำหรับนักเรียน มีการส่งเสริมให้ครูมีความรู้ความสามารถพัฒนาสื่อการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้สิ่งใหม่ที่หลากหลายอยู่เสมอ ด้านการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา ควรจัดทำหลักสูตรของแต่ละกลุ่มสาระเพื่อให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดในแต่ละระดับชั้น

 

คำสำคัญ: ปัญหาการบริหารงานวิชาการ

 

Abstract

             The research aimed to 1) study the problems of the academic affairs administration in the primary private schools under Sisaket Primary Educational Service Area 1, 2) compare the affairs administration as classified by the respondents’ positions, duties, teaching experiences and administrative systems, 3) investigate the advice in administering the academic affairs administration. The sample used in the study was 423 administrators and teachers of the private schools affiliated to Si Sa Ket Primary Educational Service Area 1 in the academic year 2013.  The research instrument was a five-point rating scale questionnaire with a confidence value of .98 Statistics used in data analysis were percentage, mean, standard deviation  and t-test.

              The research findings were as follows:

  1. The problems related to the academic affairs administration were overall moderate. Considering all aspects under the study, it was found that all were also moderate.
  2. As for the comparison of the opinion of the respondents on the problems of the academic affairs administration in the private schools under study, it was found that the administrators and the teachers having different positions did not hold different opinions towards the academic affairs administration in the private schools in the study. The administrators and the teachers having different experiences held different opinions towards the academic affairs administration with a statistical significance of .05. There was a statistical significance of .01 in the following aspects:  development of the curriculum, learning promotion, guidance, internal quality assurance and education standard, coordination in the academic development with other institutes and agencies, academic promotion and support. There was a statistical significance of .05 on the following aspects: academic planning, educational supervision, academic strength of the community, regulations and guidelines of the academic affairs, development of the educational technology.  The teachers working at the schools with different administrative systems held a different opinion towards the problems of the academic affairs administration with a statistical significance of .01.
  3. The recommendations and suggestions for the academic administration in the private schools in the study were as follows. On supervision, it should be conducted in regular and various methods to attract more attention from those concerned. On development of the educational technology, the facilities should be adequate for students, the teachers responsible should be encouraged to learn more and develop their skills in utilization of media available.  Concerning the curriculum, it should be made in line with the indicators of each level.

 

Keywords: Problems in the Academic Affairs Administration

ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
: 248