สภาพการบริหารงานกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 2

บทคัดย่อ

           การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารงานกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ 2) เปรียบเทียบการบริหารงานกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ และ 3) ศึกษาปัญหาและแนวทางการพัฒนาการบริหารงานกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนคัดเลือกโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 50 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ .95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t  การทดสอบค่า F และทำการทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีของ Scheffe ́

           ผลการวิจัยพบว่า

  1. สภาพการบริหารงานกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของสถานศึกษาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ กิจกรรมจิตอาสาสร้างความตระหนักการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อยู่ในระดับมาก  รองลงมาคือ กิจกรรมจิตอาสาส่งเสริมประชาธิปไตย อยู่ในระดับมาก ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ กิจกรรมจิตอาสาเสริมสร้างภาวะผู้นำ
  2. ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนมีความคิดเห็นต่อการบริหารงานกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของสถานศึกษาโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 รวมทั้งการบริหารกิจกรรมหลายด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารกิจกรรมจิตอาสาเสริมสร้างคุณธรรมและวัฒนธรรมไทย ด้านกิจกรรมจิตอาสาสร้างความตระหนักการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และด้านกิจกรรมจิตอาสาส่งเสริมประชาธิปไตย ส่วนด้านกิจกรรมจิตอาสาเสริมสร้างภาวะผู้นำ และด้านกิจกรรมจิตอาสาสร้างสรรค์สุนทรียภาพทางดนตรี กีฬา และศิลปะมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่มีประสบการณ์ในการทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นโดยภาพรวมไม่แตกต่างแต่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนที่มีขนาดต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการบริหารงานกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  3. ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์มีอยู่หลายประการ ได้แก่ 1) นักเรียนยังไม่มีความกล้าคิด กล้าแสดงออกมากนักสถานศึกษาทุกแห่งต้องเน้นการสร้างเยาวชนที่มีความสมดุลของลูกศิษย์ต้อง เป็นคนเก่ง เป็นคนดี มีคุณลักษณะและมีสมรรถนะตามที่หลักสูตรกำหนด 2) สถานศึกษาขาดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีจิตอาสาสร้างสรรค์สุนทรียภาพทางดนตรี กีฬา และศิลปะ จึงทำให้นักเรียนขาดความเข้าใจในการทำกิจกรรมนั้น เช่น กิจกรรมส่งเสริมดนตรีพื้นบ้าน สถานศึกษาควรจัดให้มีบุคลากรหรือวิทยาการที่มีความรู้ทางด้านดนตรีพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความเข้าใจมากขึ้นในการทำกิจกรรมนั้นๆได้อย่างเต็มศักยภาพ 3)ในการจัดกิจกรรมจิตอาสาเสริมสร้างคุณธรรมและวัฒนธรรมไทยนั้นสถานศึกษายังขาดการส่งเสริมในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาไทยในการแก้ไขปัญหาสถานศึกษาควรมีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาไทยในชุมชนให้มีความหลากหลายเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากชุมชนของตนเอง 4) ในการจัดกิจกรรมจิตอาสาสร้างความตระหนักการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้นสถานศึกษายังขาดการส่งเสริมในกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถานศึกษาจึงควรส่งเสริมให้นักเรียนได้มีการทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและ 5) ในการจัดกิจกรรมจิตอาสาส่งเสริมประชาธิปไตยของสถานศึกษานั้นยังขาดการส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาและชุมชน สถานศึกษาจึงควรส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตยในโรงเรียนและชุมชน โดยการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างหลากหลาย

 

คำสำคัญ: การบริหาร  งานกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

 

Abstract

          The research aimed to 1) study the state of the administration of  the social and public services, 2) compare the state of the administration,  and 3) investigate the problems of and guidelines for the development of the social and public services in the schools under Ubon Ratchathani Educational Service Area 2.  The samples used in the research were the school administrators and teachers, obtained by a stratified random sampling method. The research instrument was a five-point rating scale questionnaire of 50 items with a confidence value of .95. Statistics used in data analysis were percentage, mean, standard deviation, t-test, F-test, and Scheffe’s paired method.

            The research findings were as follows:

  1. The overall state of social and public service administration of the schools under Ubon Ratchathani Primary Educational Service Area Office 2 was differently viewed at a high level. Considering the individual aspects, the voluntary creation of environmental preservation awareness yielded the highest mean score followed by the voluntary democracy promotion while the voluntary leadership promotion gained the lowest mean score.
  2. The school administrators and teachers were found to be different in their views on the overall social and public service administration at level .01 of significance as well as particular individual aspects namely the service-minded and Thai cultural and moral promotion, voluntary creation of environmental preservation awareness, and voluntary democracy promotion. No significant different views were found on voluntary leadership promotion and voluntary music, sports, and art creation. However, those who worked in large-, medium-, and small-sized schools differently viewed the social and public service administration at level .05 of significance of the overall and certain individual aspects.
  3. For the problems and solutions, several aspects were found. 1) The students were afraid to express their views, all the schools had to focus on the students’ balance in the sense of being good, intelligent and having desirable characteristics. 2) The school did not have the activities to encourage the students to be more public-minded  and  creative in  music, sports and arts. 3)  The school lacked learning sources, so the student should be promoted to be public-minded, to have virtues and appreciate Thai culture; the schools were required to develop a variety of learning sources. Importantly, the students should be able to learn by themselves.  4) The school lacked the promotion of public-minded of the student. Indeed, the students should be made aware of the importance of the environment.  5) The school lacked the promotion of democratize activitic. the schools had to promote the activities consistent with the contexts and the community.  The students should be taught democracy through the activities, the public forum, the students’ activities and other the democratic activities for the community.

 

Keywords:  The Administration, Social Activities and Public


ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
: 274