การบริหารระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ของโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 9 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บทคัดย่อ

            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการบริหารระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 9 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเปรียบเทียบการบริหารระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ผ่านความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างโดยจำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์ทำงาน และจำแนกตามขนาดของโรงเรียน และเพื่อศึกษาข้อเสนอแนะการบริหารระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารและครูปฏิบัติการสอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 9  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 201 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t การทดสอบค่า F ผลการวิจัย พบว่า การบริหารระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก ผลการเปรียบเทียบการบริหารระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยวิเคราะห์จากความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างที่จำแนกตามตำแหน่งตำแหน่งและจำแนกตามขนาดของโรงเรียน พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม เห็นว่า การบริหารระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่กลุ่มตัวอย่างที่จำแนกตามประสบการณ์เห็นว่าการบริหารระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน สำหรับ ข้อเสนอแนะในการบริหารระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างเสนอแนะว่าควรนำผลการประเมินมาปรับปรุง ควรมีการวิเคราะห์หาจุดเด่นและจุดด้อยที่จะต้องปรับปรุงรวมทั้งค้นหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข โดยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

คำสำคัญ: การบริหารระบบประกันคุณภาพ โรงเรียนพระปริยัติธรรม กลุ่มที่ 9 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

Abstract

              This research aimed to study and compare the administration of internal quality assurance system of Phrapariyatidhamma Schools, Division of General Education Group 9, Northeast of Thailand through the respondent’s position, work experience and school size and to investigate the guidelines for the administration of internal quality assurance system of the school. The sample of the study, obtained by means of a stratified random sampling method, included 201 administrators and teachers working in Phrapariyatidhamma Schools, Division of General Education Group 9. The research instrument was a five-point rating survey questionnaire which yielded the reliability of .98.  Data collected were analyzed by percentage, mean, standard deviation, t-test, and F-test. The research finding showed that the overall and individual aspects of the administration of internal quality assurance system were found to be at a higher level. The comparison of the administration of internal quality assurance system of the school through the respondent’s position and school size was found to be statistically significant at level .05 while that of work experience was not found to be statistically significant. The respondents suggested that the results of evaluation be applied to improve the administration of internal quality assurance system including strengths and weaknesses and their causes should be pondered in order to seek for the solutions. The involved bodies should be allowed to participate in the school development.

Keyword: Administration of Quality Assurance System, Phrapariyatidhamma Schools, Division of General Education Group 9, Northeast of Thailand

 

ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
: 203