สภาพการสร้างความมั่นคงทางอาหารของเกษตรกรอินทรีย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

 

 บทคัดย่อ

             การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการสร้างความมั่นคงทางอาหารของเกษตรกรอินทรีย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยคือ เกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ  จำนวน 80 คน ได้มาจากวิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วยเกษตรกรกลุ่มโรงเรียนเกษตรอินทรีย์บ้านดอนหมู ตำบลขามเปี้ย อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 30 คน และกลุ่มข้าวคุณค่าชาวนาคุณธรรม จังหวัดยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย  ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา

 ผลการวิจัยพบว่า

  1. กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (ร้อยละ 56.2) ค่อนข้างสูงอายุ (เฉลี่ย 50.78 ปี) ส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา (ร้อยละ 65.0) มีจำนวนสมาชิกในครัวเรือนบางส่วนช่วยทำงานในภาคการเกษตร (ประมาณ 2 คน) เปลี่ยนจากการทำเกษตรทั่วไปที่ใช้สารเคมีมาทำเกษตรอินทรีย์เป็นเวลานานกว่า 10 ปี หลังการปรับเปลี่ยนทุกคนมีสุขภาพดีขึ้นในปี พ.ศ. 2557 ไม่มีการเจ็บป่วยที่เกิดจากการบริโภคอาหาร ทุกคนมีที่ดินทำกินเป็นของตนเองและครอบครัว (เฉลี่ย 27.94 ไร่) ที่ดินส่วนใหญ่ใช้ในการทำนา (เฉลี่ย 19.7 ไร่) ปศุสัตว์ที่เลี้ยงส่วนใหญ่คือสัตว์ปีก (ร้อยละ 86.2) และโคกระบือ (ร้อยละ 75.0) ส่วนใหญ่รายได้ครัวเรือนมาจากนอกภาคการเกษตร (เฉลี่ย 128,000 บาทต่อปี) มากกว่าจากภาคการเกษตร (เฉลี่ย 106,000 บาทต่อปี) ส่วนใหญ่ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายครัวเรือน (ร้อยละ 97.5) มีทั้งหนี้สิน (ร้อยละ 81.2) และการออม (ร้อยละ 75.9)
  2. เกษตรกรอินทรีย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีสภาพการสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 4.41) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่ามีการสร้างความมั่นคงในระดับมากที่สุดสองด้านคือด้านการบริโภค (ค่าเฉลี่ย 4.77) และด้านทรัพยากรธรรมชาติ (ค่าเฉลี่ย 4.52) และการสร้างความมั่นคงระดับมากคือด้านการผลิต (ค่าเฉลี่ย 4.07)

คำสำคัญ: ความมั่นคงทางอาหาร เกษตรอินทรีย์ เกษตรกรอินทรีย์

 

Abstract

             The research aimed to study the state of food security creation of organic farmers in the Lower-Northeastern of Thailand. The participants used in this research were farmers doing organic farming not less than 5 years in the area of Ubon Ratchathani, Yasothon, and Amnatchareon provinces. A total of 80 organic farmers selected by a purposive sampling technique consisted of 30 organic farmers of the Organic School Donmoo Village group, Kampia Sub-district, Trakan Phuet Phon District of Ubon Ratchathani and 50 organic farmers the Moral Rice group in  Yasothon and Amnatchareon provinces. The research instruments were semi-structure interviews. Data collected were analyzed by means, percentage, standard deviation, and content analysis.

The research findings were as follows:

  1. Participants were mostly male (56.2%). The majority were elder (x̄ = 50.78 years old), obtaining secondary education (65.0%). They had 2 household members to help work in the farms. Most of them switched from conventional farming to organic farming more than 10 years ago. After practicing organic farming they all were healthy as seen in the year 2014 that no illness has been caused by the consumption. Every household had their own land (x̄= 27.94 rai) mostly rice fields (x̄ = 19.7 rai). Livestocks were mainly poultry (86.2%) and cattle (75.0%). Most of them had off-farms income household (x̄ = 128,000 baht/year) over farms (x̄= 106,000 baht/year), did accounts receivable-expenditure (97.5%) and had both debt (81.2%) and savings (75.9%).
  2. The overall condition of food security creation of organic farmers in this region was found to be at a higher level (x̄ = 4.41). When considered individual aspects, the consumption security creation and resource security were at the highest level (x̄ = 4.77 and 4.52, respectively) and the production security was at a higher level (x̄ = 4.07).

Keywords: Food Security, Organic Agriculture, Organic Farmers

 

 

ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
: 97