พฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวานด้วยตนเองของกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ด้วย 3 อ. ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี

บทคัดย่อ
               เบาหวาน เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญทางด้านสาธารณสุขของโลก  โดยคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ประมาณ 3.46 ล้านคน เป็นโรคเบาหวาน โรคเบาหวานมีปัจจัยเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพ  การบริโภค และการใช้แรงกายที่ไม่สมดุล  การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวานด้วยตนเองของกลุ่มเสี่ยงด้วยพฤติกรรม 3 ด้าน คือ  อาหาร  ออกกำลังกาย  และอารมณ์ (3 อ.)  กลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มเสี่ยงเบาหวานตามเกณฑ์ BRFSS คือ BMI เกิน  22.9 รอบเอวผู้หญิงเกิน 80 cms ผู้ชายรอบเอวเกิน 90 cms อายุ 15–74 ปี โดยใช้สูตรของเครซี่และมอร์แกน  รวมทั้งหมด 389 คน  โดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multistage Sampling) เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบประเมินพฤติกรรมการป้องกันโรคเบาหวานด้วยตนเอง  3 อ           ที่ประยุกต์มาจากกองสุขศึกษา  กระทรวงสาธารณสุข  โดยค่าความตรงมีค่า IOC รายข้ออยู่ระหว่าง 0.67–1.00 และค่าความเที่ยงโดยใช้ครอนบาคแอลฟา เท่ากับ 0.77 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา คือ จำนวน  ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างอายุเฉลี่ย 51.33 ปี มีพฤติกรรมที่ถูกต้องร้อยละ 23.9 โดยไม่รับประทานผลไม้ที่มีรสหวานจัด  การรับประทานอาหารหรือขนมหวานที่ปรุงด้วยกะทิ  การดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล การรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง  การรับประทานอาหารทอด การรับประทานอาหารแปรรูป/หมักดอง  การเติมน้ำปลาในอาหาร  การรับประทานอาหารกึ่งสำเร็จรูป  การเติมน้ำตาลในการรับประทานอาหารแต่ละมื้อ  การรับประทานขนมต่างๆ ที่มีการเติมผงฟู เพียงร้อยละ 1.5–9.5  สำหรับพฤติกรรมการออกกำลังกาย  พบว่า กลุ่มเสี่ยงมีการเล่นกีฬา/ออกกำลังกายจนรู้สึกเหนื่อยมาก ครั้งละ  30  นาทีขึ้นไป สัปดาห์ละ 1-3 วัน มีร้อยละ 18.8  ส่วนการออกแรงหรือเคลื่อนไหวร่างกายจนรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติเล็กน้อย ครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป  สัปดาห์ละ 5 วันขึ้นไป มีเพียงร้อยละ 37.8  ส่วนพฤติกรรมการจัดการด้านอารมณ์ พบว่า การควบคุมเมื่อรู้สึกโกรธ มีพฤติกรรมที่ถูกต้องเพียงร้อยละ 23.7  สำหรับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อระงับความเครียด มีพฤติกรรมที่ถูกต้อง คือ ไม่ปฏิบัติ ร้อยละ 51.9  จะเห็นว่ากลุ่มเสี่ยงเบาหวานยังมีพฤติกรรมการป้องกันตนเองโดยใช้ 3 อ. ที่ไม่ถูกต้อง และไม่เพียงพอในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเบาหวานได้ จึงควรเร่งให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าว
 คำสำคัญ:  พฤติกรรมการป้องกันด้วยตนเอง  โรคเบาหวาน  กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
Abstract
          Diabetes was a serious public health problem worldwide. Approximately 3.46 million Thai people older than 15 year olds were diabetes. Behavior factors associated with diabetes included changing influenced people’s food choices, and reduction in activity levels. The aim of this study was to determine self-diabetes prevention behaviors in the risk group of diabetes based on 3 E’s. The sample was the risk group of diabetes (Behavioral Risk Factor Surveillance System (BRFSS) criteria) that aged between 15 to 74 years. The formula of Krejcie and Morgan and multi-staged random sampling were applied made a total sample of 389. Self-diabetes prevention behavior tool was used to assess diet, exercise and emotion behaviors. This tool was applied from the Health Education Division, Ministry of Public Health of which content validity was tested (IOC = 0.67- 1.00) and internal consistency reliability, Cronbach’s alpha was 0.77. Data were analyzed using descriptive statistics.The research found that the sample mean age was 51.33. The correct behavior was   23.9 %, without eating sweet fruit, coconut milk dessert, sweet drinking beverages, high fat meat, fried foods, fermentation food, fish sauce sugar adding, candy, and bakery were reported not taking only 1.5-9.5 %. The results of exercise behaviors showed that they exercised exertion until they felt tired which took more than 30 minutes per time (18.8 %), and physical activity until they felt tired that took more than normal 30 minutes and more 5 days per week (37.8%). Emotional control behaviors showed only 23.7% of correct angry management. Alcohol taking to decrease stress showed 51.9% of correct behavior. Taken together, the risk groups of diabetes are incorrect of self-diabetes prevention behaviors about eating food, exercise and emotion or 3 E’s. Those behaviors were insufficient to promote and prevent of their diabetes. The interventions were needed to changing behaviors of the risk group of diabetes.
Keywords: Self Prevention Behavior, Diabetes Mellitus, Risk Group of Diabetes
ดาวน์โหลดฉบับเต็ม
: 246